ข่าวฟุตบอลล่าสุดประวัติผู้เป็นตำนาน

ราชาลูกหนัง คิงเอริค แห่งวงการฟุตบอล คันโตน่า(Éric Daniel Pierre Cantona) (เกิดเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2509 (ค.ศ. 1966)

ราชาลูกหนัง คิงเอริค แห่งวงการฟุตบอล คันโตน่า

เอริก แดเนียล ปิแอร์ กองโตนา (Éric Daniel Pierre Cantona) (เกิดเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2509 (ค.ศ. 1966) ที่เมือง มาร์กเซย์ ประเทศฝรั่งเศส) เล่นฟุตบอลอาชีพกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เป็นสโมสรสุดท้าย ซึ่ง คันโตนา ประสบความสำเร็จได้แชมป์พรีเมียร์ลีก ถึง 4 สมัย ภายในเวลา 5 ปี รวมไปถึงการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกและฟุตบอลถ้วย เอฟเอคัพ ภายในฤดูกาลเดียวกันอีกสองสมัย

คันโตน่า

ในปี พ.ศ. 2543 (ค.ศ. 2000) ได้รับการโหวตจากแฟนๆ ของทีม ให้เป็นนักฟุตบอลแห่งศตวรรษ แฟนๆ ยังคงกล่าวถึงคันโตนา โดยเรียกเขาว่า “เอริก เดอะ คิง”

เข้าสู่วงการฟุตบอล

คันโตน่า เริ่มเล่นฟุตบอลกับสโมสรออแล็งปิกเดอมาร์แซย์ เป็นคนที่ค่อนข้างหัวเสียง่าย มีอยู่ครั้งหนึ่งในขณะที่ลงแข่งขันนัดกระชับมิตรกับทีมตอร์เปโดมอสโก เขาถูกเปลี่ยนตัวออก แล้วได้แสดงอาการไม่พอใจด้วยการฉีกเสื้อแล้วขว้างทิ้ง เขาถูกลงโทษห้ามลงแข่งเป็นเวลา 1 เดือน อีก 2-3 สัปดาห์หลังจากนั้น เขาก็ได้ออกมากล่าวโจมตีผู้ฝึกสอนทีมชาติฝรั่งเศสทางโทรทัศน์
คันโตน่า ย้ายสู่บอร์โดด้วยสัญญายืมตัว หลังจากนั้นก็ได้ย้ายไปเล่นให้กับมงเปอลีเยซึ่งเขาได้สัมผัสกับถ้วยแชมป์กุปเดอฟร็องส์เป็นครั้งแรก ก่อนจะถูกมาร์แซย์ดึงตัวกลับมา แต่เขาก็ยังถูกขายให้กับสโมสรนีม

คันโตน่า

คันโตน่า
เขาถูกห้ามลงแข่งขันอีกครั้งเป็นเวลา 1 เดือน จากการขว้างบอลใส่ผู้ตัดสิน และก็องโตนาก็ให้สัมภาษณ์วิจารณ์คำตัดสินอีก จึงถูกลงโทษเพิ่มเป็น 2 เดือน และนี่เองเปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายของคันโตน่า เขาจึงตัดสินใจแขวนสตั๊ด
ต้องขอบคุณแฟนฟุตบอลพันธุ์แท้รายหนึ่ง ที่ชักจูงให้คันโตน่ากลับมาเริ่มต้นเล่นฟุตบอลอีกครั้งที่ประเทศอังกฤษ

ช่วงดาวรุ่ง

คันโตน่า เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมและมีฟอร์มการเล่นที่น่าหลงใหล แต่ทว่า เขากลับไม่เคยได้ไปเล่น ฟุตบอลโลก เลยแม้แต่ครั้งเดียว
หลังจากที่ย้ายจากบ้านเกิดมาอยู่ในอังกฤษกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด เขาก็กลายเป็นส่วนสำคัญที่พาทัพยูงทองเป็นแชมป์ในปี 1974 ก่อนที่เขาจะย้ายมาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเวลาต่อมา พร้อมกับมีสถิติยิงไป 82 ประตู จาก 185 เกม และช่วยทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 4 สมัย
คันโตน่า เป็นผู้เล่นในอันดับที่ 3 ในรางวัลบัลลงดอร์ปี 1993 ก่อนที่จะมาได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของ PFA ในปี 1994

คันโตน่า

คันโตน่า

ติดทีมชาติครั้งแรก

คันโตน่า เป็นที่ชื่นชอบของมีแชล ปลาตีนี ซึ่งเป็นผู้จัดการทีมชาติในขณะนั้น ซึ่งปลาตีนีพูดถึงก็องโตนาว่า เขาจะต้องเลือกคันโตน่าเป็นหนึ่งในขุนพลเลอเบลออย่างแน่นอน ถ้ายังเล่นได้อย่างสุดยอด ปลาตีนีเป็นอีกคนหนึ่งที่ริเริ่มความคิดการเล่นฟุตบอลในอังกฤษให้กับคันโตน่า

ภายหลังล้มเหลวจากศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 1992 ที่ประเทศสวีเดน ปลาตีนีก็ได้ลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งขณะนั้นฝรั่งเศสมีคู่ศูนย์หน้า คือ ก็องโตนาและฌ็อง-ปีแยร์ ปาแป็ง ผู้ที่เข้ามารับงานต่อจากปลาตีนีก็คือ เฌราร์ อูลีเย

ฝรั่งเศสไม่สามารถผ่านรอบคัดเลือกไปเล่นฟุตบอลโลกที่สหรัฐอเมริกาได้ในอีกสองปีต่อมา หลังจากที่แพ้บัลแกเรียคาบ้าน 2 ต่อ 1 ซึ่งฝรั่งเศสต้องการเพียงแค่ผลเสมอ ในเกมนั้น ดาวีด ฌีโนลา ทำบอลเสียนำไปสู่การได้ประตูชัยของบัลแกเรียโดยเอมิล กอสตาดีนอฟ ทำให้คันโตน่าโกรธฌีโนลามาก หลังเกมนั้น อูลีเยลาออกจากตำแหน่ง ทำให้เอเม ฌาแก เข้ามาสานงานต่อ

คันโตน่า

คิงเอริค

สองปีต่อมา ฝรั่งเศสผ่านเข้าไปเล่นในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 1996 ที่อังกฤษได้สำเร็จ ซึ่งฌาแกได้ปรับปรุงทีมโดยใช้ผู้เล่นสายเลือดใหม่สองสามคน หนึ่งในนั้นก็คือกองกลางจอมทัพซึ่งมีลีลาการเล่นที่น่าตื่นตาตื่นใจและมีความเป็นผู้นำสูงอย่างซีเนดีน ซีดาน โดย คันโตน่า ถูกหมางเมิน

หลายฝ่ายต่างคาดการณ์กันว่า คันโตน่าคงจะหลุดจากทีมชาติชุดลุยบอลโลกที่ประเทศตัวเองอย่างแน่นอน และมีข่าวเล็ดลอดออกมาว่า ก็องโตนาประกาศเลิกเล่นเมื่อปี พ.ศ. 2540 ก็เพราะว่าต้องการหลีกเลี่ยงแรงกดดันที่ฌักเก้ต์และทีมชาติฝรั่งเศสต้องเผชิญจากการที่ไม่เลือกเขาร่วมทีม

ฝรั่งเศสสามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกที่ประเทศตัวเองได้สำเร็จ โดยซีดานทำสองประตูในนัดชิงชนะเลิศกับบราซิล

คว้าแชมป์

สโมสร

ลีดส์ยูไนเต็ด

ฟุตบอลลีกเฟิสต์ดิวิชัน: 1991–92

เอฟเอคอมมิวนิตีชีลด์: 1992

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

พรีเมียร์ลีก: 1992–93, 1993–94, 1995–96, 1996–97

เอฟเอคัพ: 1993–94, 1995–96

เอฟเอคอมมิวนิตีชีลด์: 1993, 1994, 1996

ทีมชาติ

ทีมชาติฝรั่งเศส U21

ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี: 1988

ทีมชาติฝรั่งเศส (ฟุตบอลชายหาด)

Euro Beach Soccer League: 2004

ฟุตบอลชายหาดชิงแชมป์โลก: 2005

คิงเอริค

คิงเอริค

เกียรติยศส่วนตัว

หอเกียรติยศพรีเมียร์ลีก : 2021[1]

หอเกียรติยศฟุตบอลอังกฤษสมัยแรก : 2002

บาลงดอร์ – อันดับ3 : 1993

การเสนอชื่อเข้าชิงบาลงดอร์ : 1993 , 1994 , 1996

ผู้เล่นแห่งปีเซอร์แมตต์ บัสบี : 1993-94, 1995-96

นักฟุตบอลยอดเยี่ยมของพีเอฟเอ : 1994

นักฟุตบอลแห่งปีของสมาคมผู้สื่อข่าวฟุตบอล : 1995-96

ทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีกของพีเอฟเอ : 1993-94

ทีมพีเอฟเอแห่งศตวรรษ (1907–2007)

รางวัลผู้เล่นแห่งเดือนของพรีเมียร์ลีก : มีนาคม 1996

ฟีฟ่า 100  : 2004

นักเตะฝรั่งเศสแห่งศตวรรษ -อันดับ10

เพรสซิเด้นท์ อวอร์ด : 2019

แขวนสตั๊ด

ช่วงจบฤดูกาล 1996/97 ทีมคว้าแชมป์ลีกได้อีกครั้ง แต่ก็ต้องพบกับความผิดหวังในถ้วยยุโรปเมื่อร่วงตกรอบรองชนะเลิศ และ คันโตน่า ก็ออกมาประกาศแขวนสตั๊ดแบบช็อคแฟนบอล จนถึงตอนนี้เขาได้อำลาทีมไปนานแล้ว แต่แฟนๆ ก็ไม่เคยลืมเขาลงเลย

คันโตน่า

คันโตน่า

ชีวิตหลังแขวนสตั๊ด

หลังจากแขวนสตั๊ดแล้ว คันโตน่า ก็หันไปเป็นนักแสดงในประเทศฝรั่งเศส นอกจากเป็นนักแสดงแล้ว เขายังเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ขนาดสั้นด้วย คันโตนาเริ่มเป็นที่รู้จักในฐานะนักแสดงจากภาพยนตร์เรื่อง เอลิซาเบท ที่เขาเล่นเป็นทูตชาวฝรั่งเศส นอกจากนี้เขาก็ยังรับงานนายแบบโฆษณาให้กับบริษัทไนกี้ด้วย

คิงเอริค

คิงเอริค

 

ในช่วงก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2002 (พ.ศ. 2545)  คันโตน่า ก็เล่นภาพยนตร์โฆษณาให้กับไนกี้ร่วมกับตีแยรี อ็องรี, โรเบร์ตู การ์ลูส, โรนัลโด และลูอิช ฟีกู โดยก่อนหน้านี้ เขาก็เคยเล่นภาพยนตร์โฆษณาให้กับไนกี้ในประเทศอังกฤษ ในการปรากฏตัวร่วมกับเอียน ไรต์, สตีฟ มักแมนามัน และร็อบบี ฟาวเลอร์ด้วย

คิงเอริค คิงเอริค

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *